RECENT STORIES

บทสัมภาษณ์: พี่เล็ก คนไทยคนแรกที่จบ MBA จาก Rotterdam School of Management

(อ้างอิงจาก – http://thaistudents.nl/node/481)

พี่เล็ก (Pintuwan Kleijssen) เป็นคนไทยคนแรกที่จบ MBA จาก Rotterdam School of Management (RSM) วันนี้พี่เล็กให้เกียรติ TSAN ในการสัมภาษณ์ถึงประวัติการทำงาน รวมถึงคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ กับน้อง ๆ นักเรียนไทยในเนเธอร์แลนด์ที่กำลังหางานอยู่ตอนนี้ ปัจจุบันพี่เล็กดำรงตำแหน่ง Vice President, Transactional FX, Global Product Manager ที่ The Royal Bank of Scotlandดำเนินการสัมภาษณ์ โดย พี่ฮุง (Leeuwarden) และ อ๊อฟ (Leiden)
ชื่อ/นามสกุล Pintuwan Kleijssen (พี่เล็ก)
ตำแหน่ง Vice President, Transactional FX, Product Head EMEA
บริษัท The Royal Bank of Scotland
การศึกษา MBA from RSM Erasmus University
คติประจำใจในการทำงาน ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

1. อยากให้พี่เล็กเล่าประวัติการศึกษาและการทำงานคร่าว ๆ ของตัวเองค่ะ

หลังจากเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พี่ก็ฝึกงานที่โรงพยาบาล แต่ตอนนั้นพี่รู้สึกว่าไม่ชอบ รู้สึกว่างานสายนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ จากนั้นพี่จึงย้ายไปทำบริษัทส่งออกรองเท้าซึ่งตอนนั้นเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทำตำแหน่ง Merchandiser รับออเดอร์ลูกค้า และดูแลการขายไปจนส่งของและรับเงิน ทำไปทั้งหมดสามปี ที่นี่ พี่ได้รู้จักกับสามี (ชาวดัตช ์) ซึ่งสามีพี่เป็น designer รองเท้าและเป็นลูกค้าที่บริษัทจากนั้นพี่ก็ย้ายไปทำงานอีกบริษัทนึง ซึ่งประกอบและส่งออก semiconductor พี่ทำตำแหน่ง Sales & Marketing ทำที่นี่ได้สองปี พี่ก็แต่งงานและเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวกับสามี โดยตั้งบริษัท Trading ส่งออกรองเท้า บริษัทพี่จะออกแบบรองเท้า หาวัตถุดิบรองเท้าจากต่างประเทศ และควบคุมดูแลการผลิตและคุณภาพสินค้าให้ ลูกค้าจะมาจากประเทศทางยุโรป ทำกิจการนี้ไป 6 ปี พอปีค.ศ. 1997 เศรษฐกิจก็แย่มาก ๆ บวกกับตอนนั้นสามีพี่อยากกลับมาทำงานวงการรองเท้าในยุโรปตามเดิม จึงตัดสินใจย้ายมาเนเธอร์แลนด์

ตอนนั้นพี่เรียนปริญญาโทที่ศศินทร์ได้ปีนึ่งแล้ว (หลักสูตรสองปี) จึงสมัครเรียนที่ RSM (หลักสูตรสองปีเช่นกัน) ซึ่งทางRSM ก็เทียบวุฒิให้ พี่จึงไม่ต้องเรียนที่ RSM ใหม่ต้ังแต่เทอมแรก

2. พี่เล็กคิดว่าได้อะไรจากการเรียน MBA ที่ RSM คิดว่าที่ได้ MBA สำคัญสำหรับอาชีพพี่อย่างไร

สิ่งที่พี่ได้จาก RSM ที่แน่ ๆ คือตัวเนื้อหาวิชา ตอนนั้นพี่ทำ specialisation ในด้าน Marketing เพราะพี่ชอบ แล้วก็เรียนวิชาเกี่ยวกับ Finance ด้วย เพราะรู้ว่าวิชานี้มีความสำคัญและต้องใช้

นอกจากนั้น ก็มีความเป็นนานาชาติ ในโปรแกรมนักเรียนที่เรียนมีถึง 34 เชื้อชาติ พี่เป็นคนไทยคนเดียว เป็นคนไทยคนแรกที่เรียน MBA ที่ RSM อันนี้ก็ทำให้เราได้รู้จักกับคนหลาย ๆ ประเทศ หลังจากเรียนที่นี่แล้ว stereotype ต่อคนต่างชาติที่เคยมีมันหายไปเยอะเลย

ในเรื่องของการเรียนการสอน ที่ RSM จะต่างจากที่ศศินทร์ ซึ่งที่ศศินทร์จะเก็บคะแนนประมาณ 80% จากการสอบ แต่ที่ RSM จะเน้นเรื่องงานกลุ่มเยอะมาก ๆ คะแนนจากการสอบจะแค่ประมาณ 40% เวลาทำงานกลุ่มกับคนหลาย ๆ คน มันจะยุ่งยาก พี่จึงได้ประสบการณ์ทำงานเป็นทีมกับคนหลายเชื้อชาติ แล้วก็การสื่อสาร

3. หลังเรียนจบแล้วมีวิธีการหางานยังไงบ้าง ทราบข้อมูลการรับสมัครงานจากไหนบ้าง

RSM มีส่วนช่วยมาก เขาจัด workshop ให้กับนักศึกษา ตั้งแต่ เขียน CV ยังไงจนถึง Dress Code ที่เหมาะสม เขาเชิญ HR ของบริษัทต่าง ๆ มา present ให้เราฟังด้วยว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรเวลาไปสมัครงาน วิธีการตอบคำถาม มีการอัดเทปว่าเราตอบคำถามอย่างไร แล้วก็ให้ feedback

พี่หางานโดยการไป career events ที่จัดกันทั่วไป เช่น MBA Fair ในยุโรป และก็มีบริษัทมารับสมัครที่มหาวิทยาลัย การสมัครงานในตอนนั้น (ปีค.ศ. 1998) ไม่เหมือนตอนนี้ สมัยนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย พี่ก็หาตำแหน่งงานจากนิตยสารและหนังสือพิมพ์

4. ตอนนั้น Recruitment Process เป็นอย่างไรบ้าง

เพื่อน ๆ พี่เริ่มสมัครงานตั้งแต่มาเรียนกันเลย ตั้งใจว่าหลังเรียนจบปุ๊ปจะมีงานทำต่อเลยพี่เริ่มสมัครงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ สมัครไปเป็นร้อยบริษัท ไปสัมภาษณ์มา 26 ที่ แต่ละบริษัทสัมภาษณ์ที่ละ 2-3 รอบ สุดท้ายพี่มาได้ที่ธนาคาร ABN AMRO ซึ่งตอนนั้นมา recruit ที่โรงเรียน มาครั้งแรกเอา CV นักเรียนไปพิจาราณา 30 กว่าคน แต่เขาไม่เลือกใคร แล้วก็มาใหม่ เรียกไปสัมภาษณ์สี่คน สุดท้ายพี่เป็นคนเดียวที่ได้งาน ตอนนั้นพี่เรียนจบเดือนมีนาคม ได้งานตอนเดือนเมษายน

ช่วงที่พี่หางานเศรษฐกิจยังไม่เลยร้ายเท่ากับปัจจุบัน แต่ช่องทางในการหามันมีไม่เท่าตอนนี้ ดังนั้น คนสมัครงานจะเจอตัวกับบริษัทที่จะว่าจ้างได้ยากกว่าปัจจุบัน

5. เวลาสมัครงานแน่นอนว่า ทางบริษัทเขาก็มีตัวเลือกเยอะ วันนี้มองกลับไป พี่คิดว่าเขาเลือกพี่เล็กเพราะอะไรคะ

พี่คิดว่าเพราะว่าแผนกที่รับพี่เข้าไปทำ เขาเพิ่งเริ่มแผนก Global Transaction Service แล้วเขาอยากได้คนที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า มีประสบกาณ์งานแบบที่ต้องติดต่อกับลูกค้า ซึ่งพี่เคยทำมาก่อนและตัวพี่เองก็มีประสบกาณ์การติดต่อธนาคารในฐานะที่เป็นลูกค้าธนาคารมาก่อนด้วย เช่น ตอนที่ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องใช้ service ของธนาคารหลายอย่างเกี่ยวกับ trade finance

เจ้านายเขายินดีที่จะเสียเวลาฝึกพี่ และก็มองว่าการที่เราไม่ใช่เป็นคนยุโรปเป็นจุดแข็ง อีกอย่างเขาเชื่อว่าพี่เล็กจะสามารถปรับตัวเข้ากับความคิดของคนตะวันตกได้ เพราะเมื่อก่อน ลูกค้าพี่ก็เป็นคนยุโรป และตัวพี่เองก็อยู่ฮอลแลนด์มาสองปีแล้ว อันนี้สำคัญ เพราะเวลาพี่จะรับคนเข้าทำงาน ก็ต้องดูด้วยว่าเขาจะปรับตัวอยู่ในประเทศนี้ได้เปล่า

6. นักเรียนไทยหลายคนที่กำลังหางานอยู่ตอนนี้จะมีปัญหาเรื่องภาษา เพราะพูดภาษาดัตช์ไม่ได้ ภาษาดัตช์เป็นปัญหาในการหางาน หรือทำงานของพี่เล็กไหมคะ

ตอนนี้พี่ก็ยังพูดภาษาดัตช์ไม่ได้อยู่ งานแรกที่พี่ทำเจ้านายเป็นคนอเมริกัน เพื่อนร่วมงานมาจากหลายชาติ ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารหมด ภาษาดัตช์จึงไม่จำเป็น

7. การที่เป็นคนไทยแล้วทำงานในเนเธอร์แลนด์ พี่เล็กเจอความท้าทายอะไรบ้าง และต้องปรับตัวยังไง

ที่ทำงานเคย assign Career Coach ให้ โค๊ชพี่เขาบอกว่าคนไทยไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ชอบหรือไม่ชอบก็ไม่พูด แล้วก็คนไทยเราจะรู้สึกว่าไม่อยากมี conflict เขาก็อยากให้เราบอกมากขึ้นว่าชอบไม่ชอบอะไรยังไง  ตอนพี่ทำงานใหม่ ๆ จะพูดค้านในที่ประชุมก็จะเกรงใจเขา เลยไปพูดกับเขาส่วนตัวหลังจากประชุมเสร็จ เขาก็ถามพี่ว่าน่าจะพูดไปเลยจะได้คุยกันตอนนั้น

8. ส่วนตัวแล้วมีหลักอะไรที่ทำให้เราได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน

ทำงานให้ดีที่สุด พี่จะเน้นให้งานเป็นตัวตัดสิน อีกอย่าง พี่ชอบที่จะเปิดใจให้กว้างและเน้นเป้าหมายของบริษัทเป็นหลัก

9. คำแนะนำให้น้องที่กำลังหางานในฮอลแลนด์

ขยัน ช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด ประเทศนี้ดูคนที่ความสามารถ ความสามารถในการช่วยตัวเอง เป็น asset เดียวที่ทำให้เราอยู่รอดได้ตลอดไป ที่นี่เขาจะไม่มีการฝากงานกัน คนที่ถูกฝากงานจะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ  ต้องเตรียมตัวให้ดี การเขียน CV ก็ควรที่จะ Customise ไปตามบริษัท สมัครงานตำแหน่งที่ตรงกับความสามารถและประสบการณ์ของเรา ตอนไปสัมภาษณ์ขอให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด คิดยังไงรู้สึกยังไงก็บอกไปอย่างนั้น เขาจะได้รู้ว่า character เราเหมาะบริษัทนี้ไหม มันจะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย

นอกจากให้โอกาส TSAN สัมภาษณ์แล้ว พี่เล็กยังให้ความเป็นกันเองกับพวกเรามาก ๆ และบอกด้วยว่า น้อง ๆ ที่อยากได้คำแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องการปรับตัว ก็สามารถติดต่อพี่เล็กได้ทาง Facebook โดย search ชื่อและนามสกุลพี่เล็กค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: