RECENT STORIES

From a good CV to be a great CV (2)

(อ้างอิงจาก – http://thaistudents.nl/tsan_newsletter/suggest/great_cv_2)

CV1

(ต่อเนื่องจาก From a good CV to be a great CV (1) )

เมื่อเราได้ CV ดีๆ มาหนึ่งอันแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปคือทำให้มันยอดเยี่ยม จริงๆ แล้วถ้า Profile คุณค่อนข้างดีและโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ CV ที่พอใช้ได้ฉบับนี้ก็อาจจะพอสำหรับการสมัครแล้ว แต่อย่างการสมัครงานที่ต่างประเทศ CV ดีๆ มันไม่พอ เพราะเรามีหลายอย่างที่ด้อยกว่าผู้สมัครที่เป็น Local หลักๆ คือเราพูดภาษาของเค้าไม่ได้ และการที่บริษัทจะจ้างเรา จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติในเรื่องการทำ work permit ต่างๆ

พูดง่ายๆ ว่าถ้าพอๆ กันเค้าจ้างคน Local ดีกว่าเยอะ ดังนั้นหากจะทำให้บริษัทสนใจและเรียกเราเข้าไปสัมภาษณ์ CV ของเราต้องโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ อย่างชัดเจน ทีนี้เราลองมาดูว่าเราจะเปลี่ยน CV ที่ดี เป็น CV ที่ยอดเยี่ยมกันอย่างไร

1. เปลี่ยนจาก standard เป็น tailor-made: หลักการพื้นฐานของการเขียนที่ดีคือ เขียนให้สั้นที่สุด แต่ได้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่อยู่ใน CV ของคุณควรจะแสดงให้เห็นว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งและบริษัทที่คุณสมัคร การปรับแต่ง CV ของคุณให้เหมาะสมกับความต้องการของบริษัทและตำแหน่ง ย่อมจะสร้างความแตกต่างให้กับ CV ของคุณได้

แต่ละบริษัท แต่ละตำแหน่ง ย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน ขั้นแรกคุณต้องตีโจทย์ให้แตกว่าบริษัทต้องการอะไรจากคุณ อ่านประกาศรับสมัครให้เข้าใจ ว่าอะไรคือความรับผิดชอบหลัก และคุณสมบัติที่ทางบริษัทต้องการ สำหรับตำแหน่งที่คุณสมัคร จากนั้นก็หาข้อมูลในระดับบริษัทเช่น Missions, Visions, Values และนำเสนอ CV ของคุณไปในแนวทางเดียวกัน เช่นบริษัทเน้นเรื่อง Innovation คุณก็ควรจะใส่เช่น initiated sales process improvement by introducing online sales system which results in 30% man-hours reduction การทำการบ้านตรงส่วนนี้จะมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับการเขียน Cover Letter ด้วย นอกจากนี้สำหรับบริษัทใหญ่ๆ ส่วนมากเวปของบริษัทจะมีข้อมูลพวก CV tips ซึ่งการที่เราเข้าไปอ่านข้อมูลตรงนั้นก็จะทำให้รู้ว่าบริษัทนั้นอยากเห็นอะไรใน CV ของคุณ วิธีหาส่วนมากก็ให้พิมพ์ ชื่อบริษัทตามด้วยคำว่า career แล้วก็ลองไล่ๆ ดู

ตัวอย่าง สิ่งที่บริษัทมองหาจากผู้สมัคร และ คำแนะนำในการเขียน CV ของบริษัทต่างๆ

http://www.bcg.com/careers/is_bcg_for_me/who_we_look_for.aspx

http://www.philips.com/sites/philipsglobal/about/careers/job_search/how_to_prepare/tips_resume.page

http://www.shell.co.uk/home/content/gbr/aboutshell/careers/students_and_graduates/how_do_i_apply/cv_tips/

อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ก็ไม่ต้องใส่ ข้อมูลเยอะไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป เลือกเอาที่เด่นๆ และตรงกับความต้องการเท่านั้น

2. ในส่วนของ work experience เปลี่ยนจาก ทำอะไร เป็น ประสบความความสำเร็จอย่างไร: เขียนให้ชัดเจนว่าทำอะไร เพื่ออะไร ได้ผลลัพธ์อย่างไร ใช้ความรู้ด้านไหนบ้าง มีวิธีเขียนดีๆ หลายแบบแต่ส่วนตัวผมชอบใช้การเขียนแบบที่เรียกว่า STAR (Situation Task Action Result) ตัวอย่าง

จาก Led various types of local and international projects e.g. process improvements, information sharing systems.

เป็น Led multiple, concurrent projects delivered on-time and under budget. Projects are local and international included process improvements and information sharing systems, with 3 to 10 members.

จาก Created several automated reports using multiple tools such as SAP, advance Excel functions, etc.

เป็น Improved business efficiency, saving approximately 80% of man-hours, by replacing manual reporting with automated systems using multiple tools such as SAP, advanced Excel functions, etc.

แล้วก็อย่าลืมข้อ 1. คือเลือกใส่ที่ตรงกับความต้องการ ยิ่งถ้าสามารถยกตัวอย่างความสำเร็จในงานที่ตรงกับความต้องการของงานที่คุณสมัครยิ่งดี

สำหรับบริษัทที่คุณเคยทำงานมา ถ้าเป็นคุณคิดว่าเป็นบริษัทที่ดีแต่ผู้คัดเลือกจะไม่รู้จักก็สามารถใส่ footnote อธิบายเพิ่มเติมได้ อย่างเช่นผมเคยทำงานที่ บริษัทในเครือ SCG แต่เวลาสมัครงานที่ต่างประเทศเค้าก็ไม่รู้จักกัน ผมก็เลยใส่ footnote ไปว่า Company S is the largest Thai trading company with approximately USD xxx in sales turnover. It is a global spearhead of the largest industrial conglomerates in Thailand, employing approximately 24.000 employees, SCG. ก็จะทำให้ผู้คัดเลือกรู้ว่า เราเคยทำงานในบริษัทที่ดีและใหญ่มา สำหรับการสมัครในประเทศผมเชื่อว่ามีบริษัทที่เป็น Global หลายที่ ที่อาจจะยังไม่มีชื่อเสียงในประเทศเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นก็อย่าไปวัดดวงว่า HR จะรู้จักบริษัทของคุณหรือเปล่า เพราะเราสามารถเขียนอธิบายไปได้

3. เขียนสรุป (summary) ที่ชัดเจนและดึงดูด: ผมเคยคุยกับ HR หลายๆ คน ในบริษัทใหญ่ๆ ที่มีผู้สมัครจำนวนมาก HR เหล่านั้นไม่มีใครมานั่งอ่านใบสมัครอย่างละเอียดทุกใบ เค้าจะแค่ scan ผ่านๆ อย่างรวดเร็วก่อน ถ้าเห็นว่าน่าสนใจถึงค่อยมาอ่านรายละเอียด เพราะฉะนั้นการมี ท่อนฮุคโดนๆ ไว้ดึงดูดความสนใจตอนต้น จึงมีความสำคัญมาก คิดซะว่าเป็นเหมือน executive summary สำหรับรายงานยาวๆ หรือ abstract ของหนังสือ ขั้นตอนนี้ส่วนตัวผมคิดว่ายากมาก เพราะต้องเขียนให้กระชับและชัดเจน แล้วก็อย่างลืมปรับให้เหมาะกับตำแหน่งและบริษัทที่สมัคร อาจจะใส่ specialties ไปด้วยก็ได้

ตัวอย่างเช่น

– Experienced professional with x years of extensive international experience and triple master?s degrees in IT management. Proven success as a project leader in multicultural environments.

– International IT project and process management for Fortune 100 companies. Successfully implemented projects and processes on regional and global scales (America, EMEA, Asia) across different technologies (xxx, yyy, zzz).

4. ในส่วนของ Educational Qualification ก็คล้ายๆ กับ work exp คือถ้าคุณเรียนในมหาวิทลัยที่ดี แต่ไม่ดังในเมืองใดก็สามารถเขียนอธิบายสั้นๆ เพิ่มเติมได้ เช่น University XXX ranks number one in Europe in the filed of Economics Studies เป็นต้น ถ้าเป็นเด็กจบใหม่ก็อาจจะเขียน principal subject covered ไปด้วยก็ได้เพราะบางทีชื่อโปรแกรมเดียวกัน แต่เรียนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าวิชาเลือก หรือ specialisation ของหลักสูตรคุณตรงกับความต้องการของตำแหน่งที่คุณสมัคร เช่นเรียน M.Sc. in Information Management แล้วจะสมัครตำแหน่ง IT investment planning ก็ใส่ Principal Subject Covered: Business-IT strategy alignment, IT portfolio management, IT investment decision หรือถ้าสมัครตำแหน่ง Business Analyst ก็ใส่ Business process integration,  System analysis and design เป็นต้น

สำหรับเกรดผมคิดว่าที่เมืองไทยควรจะใส่ แต่อย่างที่นี่ไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ถ้าได้เกียรตินิยม ก็แปะท้าย degree ไปเช่น Graduated with distinction

5. เลือกใช้ Keywords ให้เหมาะสม: จากข้อ 3. สำหรับการสมัครผ่านเวปหางาน, recruitment agencies, หรือบางบริษัท ก็จะมีระบบ keywords scan คือจะ search หา keywords จากฐานข้อมูลใบสมัครทั้งหมด ถ้า CV ของคุณไม่มี keywords เหล่านั้นก็อาจจะเป็นไปได้ว่า HR อาจจะไม่ได้แม้แต่จะอ่าน CV ของคุณ วิธีเลือก keywords ก็ให้ดูจาก Vacancy ว่าบริษัทมองหาอะไร อันนี้จะง่ายหน่อยสำหรับงานด้าน technical เช่น ด้าน IT ก็ใส่ภาษาหรือระบบที่บริษัทต้องการเข้าไป เช่น Java, J2EE, .Net, Oracle, UML, etc.

6. Awards and Recognitions ให้แบ่งออกมาให้เห็นชัดๆ ได้เกียรตินิยม ได้รับทุนการศึกษา ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ชนะเลิศการแข่งขัน มีผลงานตีพิมพ์ เป็นประธานรุ่น ฯลฯ ก็ใส่ไป

7. Personal Skills จริงๆ หัวข้อนี้ผมไม่ค่อยเห็นคนใช้เวลาสมัครงานที่เมืองไทย แต่ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ Europass CV template (http://europass.cedefop.europa.eu/europass/home/hornav/Downloads/EuropassCV/CVTemplate.csp) ผมก็เลยเก็บไว้ หัวข้อนี้ก็ใส่พวก soft skills ที่คุณคิดว่าตัวเองโดดเด่น และเหมาะกับงานที่สมัคร ควรจะใส่สัก 3 อย่าง แต่ห้ามเกิน 5 และไม่ควรใส่ลอยๆ แต่ให้อธิบายสั้นๆ ว่าทำไมคุณถึงคิดว่าคุณมีความโดดเด่นทางด้านนี้ อาจจะผูกกับการทำงานที่ผ่านมาก็ได้ ตัวอย่างเช่น

– Communication: presented and negotiated with several major customers

– Intercultural: worked in teams with members from more than 10 nationalities

– Analytical: performed sophisticated analyses to solve problems while working as an analyst

เลือกให้เหมาะกับงานเช่น สมัครตำแหน่ง researcher  ก็ไม่ควรใส่ analytical แทนที่จะใส่ interpersonal หรือสมัครเป็น Sales ก็ควรจะใส่ negotiation เป็นต้น

ตัวอย่าง Soft skills ยอดนิยมก็เช่น

– problem solving

– communication team player skills

– conflict management

– interpersonal skills

– planning and organization

– leadership and motivation skills

– initiative

ลองหาเพิ่มเติมได้จากใน Internet นะครับ

8. ส่วนเสริมอย่าง Activities กับ Personal Interests นี่ผมไม่แน่ใจว่าที่เมืองไทยควรใช้เหรือเปล่า แต่ที่ยุโรปส่วนมากเค้าแนะนำให้ใส่กัน ส่วนตัวผมคิดว่ามีประโยชน์ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน  การเลือกเขียนกิจกรรมมาใส่ ก็ไม่ใช่ใส่อะไรมั่วๆ ซั่วๆ แต่ก็ควรจะแสดงความสามารถอย่างใด อย่างหนึ่ง เช่น

Team captain: University football team ก็คือการบอกเป็นนัยๆ ว่ามีความเป็นนำ และสามารถทำงานเป็นทีมได้ดี

Master of ceremony: Faculty activities ก็บอกว่า มีความสามารถในการ present และ public speaking

Coordinator: international หรือ student organisation ต่างๆ ก็บอกถึงการเข้าสังคมได้ดี มีประสบการณ์ติดต่อกับชาวต่างชาติเป็นต้น

9. หาคนช่วยอ่านและวิจารณ์หลายๆ คน แบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือเนื้อหากับเรื่องภาษาและวิธีการเขียน ส่วนแรกก็หาคนรู้จักที่มีประสบการณ์ในการคัดเลือกคน ส่วนที่สองก็หาคนที่ภาษาดีๆ

10. ห้ามโกหกเด็ดขาด เพราะถ้าโกหกไปถึงจะได้เรียกสัมภาษณ์ ก็จะถูกต้อนและจะไม่ได้งานอยู่ดี แต่ว่าต้องเล่นกับความจริงให้เป็น คือเลือกเขียนเฉพาะสิ่งที่จะทำให้เราดูดีและดูว่าเหมาะสมกับงาน และหาวิธีเขียนที่ทำให้ดูดีที่สุด

เช่น ผมเคยไปเป็นผู้ช่วยใน camp computer Olympic ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ใครสนใจก็ไปเป็นได้ แต่ถ้าเราเขียนใน CV ว่า Teaching assistance: Computer Olympic Camp at KMITL in 2002 มันก็จะค่อนข้างดูดี

สรุปสั้นๆ ก็คือทำให้คนอ่านแล้วรู้สึกประทับใจในตัวคุณ รู้ว่าคุณทำอะไรได้บ้าง มีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่น

ตอนนี้คิดออกแค่นี้ ใครมีอะไรเพิ่มเติมก็เชิญนะครับ ถึง CV จะเป็นแค่ด่านแรกสำหรับการหางานเท่านั้น แต่การลงทุนเขียน CV ดีๆ ก็สามารถช่วยเพิ่มโอกาสได้ค่อนข้างเยอะพอสมควรทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่มีการแข่งขันสูงมากๆ อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ Cover Letter แต่เท่าที่ผมคุยๆ มา HR ส่วนมากจะอ่าน CV ผ่านๆ ก่อน ถ้าเห็นว่าน่าสนใจแล้วถึงจะไปอ่าน Cover Letter

สุดท้ายก็ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการสมัครงานนะครับ ไว้ถ้ามีคนสนใจและมีเวลาว่างจะมาเขียนเรื่องการเขียน Cover Letter ต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: